วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ดวงพิชัยสงคราม จารึกดวงเมือง 18 พ.ค.2569

 

ดวงพิชัยสงคราม จารึกดวงเมือง

ตั้งพลังดวงเมือง กรุงรัตนโกสินทร์ ด้วยพลังดาวจร ในภูมิปาโลฤกษ์

ดวงเมืองกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นดวงที่ผูกขึ้นจากวันสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2325 เวลา 06.54 น. กรุงเทพมหานคร โดยลัคนาอยู่ราศีเมษ ที่19°41′

ในทางโหราศาสตร์ไทย ดวงเมืองเปรียบเสมือนดวงชะตาของบ้านเมือง เป็นแผนผังพลังงานที่สะท้อนแนวทางการก่อตั้ง จุดแข็ง จุดอ่อน และบทเรียนที่ประเทศต้องเผชิญตลอดระยะเวลาการดำรงอยู่

เมื่อพิจารณาดวงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ จะพบว่าเป็นดวงที่มีพลังเข้มแข็งมากดวงหนึ่งของประวัติศาสตร์ไทย เพราะถูกสร้างขึ้นในช่วงเวลาที่บ้านเมืองกำลังฟื้นตัวจากสงคราม การสูญเสีย และการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของแผ่นดิน

ลัคนาเมษเป็นลัคนาของนักรบ ผู้บุกเบิก ผู้กล้าตัดสินใจ และผู้สร้างระเบียบใหม่ขึ้นจากความวุ่นวาย

ดวงเมืองนี้จึงมิได้เกิดขึ้นจากความสงบ หากแต่เกิดขึ้นจากพลังแห่งการรวบรวมแผ่นดิน การสร้างศูนย์กลางใหม่ และการปกป้องเอกราชของชาติ


ตำแหน่งดาวกำเนิดและความหมาย ตาม องศา–ลิปดา

• ลัคนา ราศีเมษ 19°41′

ลัคนาอยู่ช่วงปลายครึ่งหลังของราศีเมษ พลังของเมษจึงทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ใช่เมษที่เพิ่งเริ่มต้น แต่เป็นเมษที่ผ่านการต่อสู้และเริ่มตั้งหลักใหม่ได้แล้ว

ความหมายคือ บ้านเมืองนี้มีธรรมชาติของการลุกขึ้นสู้ ไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันภายนอก และมักแก้ปัญหาด้วยการลงมือทำมากกว่ามัวแต่รอคอย


• อาทิตย์ ราศีเมษ 10°41′

อาทิตย์เป็นดาวอุจจ์ในราศีเมษ

แม้ยังไม่ถึงจุดอุจจ์สูงที่สุด แต่ถือว่าได้รับกำลังอย่างสมบูรณ์

อาทิตย์หมายถึง

• อำนาจของรัฐ
• ผู้นำ
• ศูนย์กลางการปกครอง
• เกียรติยศของชาติ

อาทิตย์อุจจ์ในลัคนา ทำให้ประเทศไทยมีพลังการรวมศูนย์สูง มีความสามารถในการรักษาความเป็นชาติและรักษาโครงสร้างรัฐเอาไว้ได้ตลอดหลายร้อยปี

แต่ในอีกด้านหนึ่ง อาทิตย์ที่แข็งเกินไป อาจทำให้เกิดอำนาจรวมศูนย์มากเกินสมดุล จนประชาชนอยู่ห่างจากศูนย์กลางการตัดสินใจ


• จันทร์ ราศีกรกฎ 16°08′

จันทร์เป็นเกษตร

และอยู่ใกล้จุดกึ่งกลางราศี

ถือเป็นจันทร์ที่แข็งแรงมาก

จันทร์หมายถึง

• ประชาชน
• มวลชน
• ความรู้สึกของบ้านเมือง
• ความผูกพันกับแผ่นดิน

นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ประเทศไทยผ่านวิกฤติได้หลายครั้ง

แม้เกิดความขัดแย้งหรือวิกฤติเศรษฐกิจ ประชาชนไทยยังสามารถฟื้นตัว กลับมาตั้งตัว และช่วยเหลือกันได้เสมอ


• อังคาร ราศีพฤษภ 20°22′

อังคารเป็นเจ้าเรือนลัคนา

เมื่ออยู่พฤษภ

ทำให้พลังการต่อสู้ของประเทศมีลักษณะอดทน ยืดหยุ่น และเน้นความมั่นคงมากกว่าความรุนแรง

ประเทศไทยมักเลือกแนวทางประนีประนอมก่อนเผชิญหน้าโดยตรง


• พุธ ราศีมีน 20°00′

พุธอยู่ตำแหน่งนิจ

และอยู่ค่อนข้างลึกในราศีมีน

จึงเป็นจุดอ่อนสำคัญของดวงเมือง

พุธหมายถึง

• ระบบข้อมูล
• การบริหาร
• การค้า
• การสื่อสาร
• ระบบราชการ

พุธนิจสะท้อนว่า

ประเทศไทยมักเผชิญปัญหาเรื่อง

• การบริหารที่ซับซ้อน
• การสื่อสาที่รคลาดเคลื่อน
• ระบบราชการเทอะทะ
• การใช้ข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริง


• พฤหัส ราศีธนู 10°35′

พฤหัสเกษตร

เป็นรากฐานคุณธรรมของดวงเมือง

พฤหัสหมายถึง

• ศาสนา
• ครูบาอาจารย์
• กฎหมาย
• หลักธรรม
• ความถูกต้อง

แม้บ้านเมืองจะเผชิญปัญหามากเพียงใด ประเทศไทยยังคงมีพลังของผู้รู้ ครูบาอาจารย์ และผู้รักษาหลักการอยู่เสมอ


• ศุกร์ ราศีมีน 09°26′

ศุกร์อุจจ์

เป็นหนึ่งในตำแหน่งดาวที่ดีที่สุดของดวงเมือง

ส่งผลให้ประเทศไทยมี

• เสน่ห์ทางวัฒนธรรม
• อาหาร
• การท่องเที่ยว
• ศิลปะ
• ความเป็นมิตร

เป็นทุนทางสังคมที่สำคัญของประเทศ


• เสาร์ ราศีธนู 08°24′

เสาร์อยู่ใกล้พฤหัสเพียงประมาณ 2 องศา

แสดงถึงการทำงานร่วมกันของ

• ระบบ
• กฎหมาย
• คุณธรรม
• สถาบันทางสังคม

เป็นเหตุผลที่ประเทศสามารถรักษาโครงสร้างหลักไว้ได้แม้ผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาหลายครั้ง


• ราหู ราศีมีน 24°39′

ราหูอยู่ปลายราศี

สะท้อนพลังเครือข่าย อิทธิพล และระบบผลประโยชน์ที่สะสมยาวนาน

เมื่อร่วมกับพุธนิจ

จึงเป็นที่มาของปัญหา

• ข่าวสารถูกบิดเบือน
• มีอำนาจแฝง
• ระบบผลประโยชน์
• การเมืองแทรกแทรงการบริหาร

ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของประเทศในยุคปัจจุบัน


เหตุผลที่ตั้งพลังดาวเมืองใหม่

ดวงเมืองเดิมมีจุดแข็งมาก

แต่โลกปัจจุบันไม่เหมือนโลกเมื่อ 244 ปีก่อน

โลกยุคใหม่ขับเคลื่อนด้วย

• ข้อมูล
• เทคโนโลยี
• AI
• เศรษฐกิจดิจิทัล
• เครือข่ายประชาชน

พลังอำนาจรวมศูนย์เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถตอบโจทย์โลกใหม่ได้อีกต่อไป

ผู้เขียนจึงเกิดแนวคิดในการจัดวางพลังดวงเมืองใหม่ในแนวทาง "ดวงพิชัยสงคราม"

โดยไม่ได้ล้มดวงเดิม แต่เป็นการเพิ่มพลังให้กับดวงเมือง

โดยเป็นการนำจุดแข็งของดวงเดิมมาขยายผล และแก้ไขจุดอ่อนที่ถูกสะสมมาเป็นเวลานาน


ฤกษ์ในการเสริมพลังดวงเมือง

วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ.2569 เวลา 10.35 น.

ภูมิปาโลฤกษ์

พระจันทร์จรเป็นอุจจ์สถิตราศีพฤษภ

พระพฤหัสได้เพชรฆาตฤกษ์ ก่อนจะไปเป็นอุจจ์ในกรกฎวันที่ 31 พ.ค.2569 อีกครั้ง

ได้ภูมิปาโลฤกษ์ เป็นฤกษ์แห่ง

• การลงรากฐานมั่นคงขึ้นอีก
• การวางฐานใหม่
• ความมั่นคง
• การประคับประคองแผ่นดิน

ขณะที่พระจันทร์จรอุจจ์ในพฤษภ

หมายถึง

ประชาชนที่มีกำลังสูงสุด

เมื่อจันทร์อุจจ์สถิตในเรือนกดุมภะ

จึงมีความหมายว่า

"ประชาชนและเศรษฐกิจฐานราก ถูกยกขึ้นเป็นหัวใจของดวงเมืองยุคใหม่"


ตำแหน่งวางค่ายกลพลังดาว

• วางพฤหัส + เสาร์ คุมเรือนตนุ

ใช้คุณธรรมควบคุมโครงสร้าง

ดาวพฤหัสเป็นหลักธรรม

ดาวเสาร์เป็นระบบ

หมายถึง

กฎหมายต้องอยู่ภายใต้คุณธรรม

ระบบต้องรับใช้ประชาชน

ไม่ใช่ประชาชนรับใช้ระบบ


• วางจันทร์ + ศุกร์ คุมเรือนกดุมภะ

เศรษฐกิจประชาชน

จันทร์คือประชาชน

ศุกร์คือความอุดมสมบูรณ์

หมายถึง

เศรษฐกิจฐานราก

SME

การค้าชุมชน

การท่องเที่ยว

และรายได้ของประชาชน

ต้องกลับมาเป็นหัวใจของประเทศอีกครั้ง


• อังคาร + เกตุ คุมเรือนพันธุ

มีพลังปกป้องแผ่นดิน

และการตัดวงจรของปัญหาเก่า

ประชาชนมีพลังในการปกป้องบ้านเมือง

ไม่ยอมให้ความไม่ถูกต้องกดทับอีกต่อไป


• พุทธ คุมเรือนกัมมะ

คืนสติให้ระบบบริหาร

ข้อมูลต้องถูกต้อง

การบริหารต้องโปร่งใส

และใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์


• อาทิตย์ อยู่เรือนศุภะ

ลดบทบาทการใช้อำนาจ

เพิ่มบทบาทความเครพศรัทธา

ผู้นำควรเป็นผู้ที่ชี้แนวทาง

มากกว่าผู้ที่ใช้แต่อำนาจ


• ราหู อยู่เรือนสหัชชะ

เทคโนโลยี

AI

ข้อมูล

โลกออนไลน์

เครือข่ายประชาชน

จะกลายเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนใหม่ของประเทศ


• มฤตยู อยู่เรือนปุตตะ

อนาคตใหม่

คนรุ่นใหม่

แนวคิดใหม่

และนวัตกรรมใหม่

จะเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น


จุดเปลี่ยนสำคัญ : วันที่ 31 พฤษภาคม 2569

หลังจากวางพลังดวงเมืองได้เพียง 13 วัน

ดาวพฤหัสจะย้ายเข้าสู่ราศีกรกฎ เป็นมหาอุจจ์

ในเรือนพันธุของดวงเมือง พร้อมได้รับเพชรฆาตฤกษ์มา

นี่คือสัญญาณของ การตัดระบบเก่าด้วยคุณธรรม

การเปิดโปงสิ่งที่บิดเบือน การฟื้นพลังของประชาชน

และการเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงจากฐานรากของแผ่นดิน

ผลที่จะค่อย ๆ ปรากฏในช่วงหลังจากวางพลังดวง คือ

• ประชาชนจะตื่นตัวมากขึ้น
• ระบบเก่าที่บิดเบี้ยวจะถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้นมากขึ้น
• เศรษฐกิจฐานรากจะมาได้รับความสำคัญมากขึ้น
• เทคโนโลยีและ AI จะเข้ามามีบทบาทสูงขึ้น
• คนรุ่นใหม่เริ่มมีพื้นที่ในการแสดงออกแสดงความคิดเห็นแสดงความสามารถมากขึ้น
• อำนาจที่เป็นโครงสร้างเดิมที่รวมศูนย์ไว้จะค่อย ๆ ลดความแข็งกร้าวลง เพราะความจริงชัดเจนขึ้น

ทั้งหมดนี้จะไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วเพียงวันเดียว แต่จะเริ่มเปลี่ยนแปลงทีละจุดที่ละเรื่อง เหมือนการสถาปนาเสาหลักเมืองต้นที่ 2  ในสมัยรัชกาลที่ ๔ ทรงสถาปนาเสาหลักเมืองต้นที่สองไว้

แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงปรับโครงสร้างที่ค่อย ๆ ปรากฏ ผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ ของบ้านเมืองในช่วงหลายปีต่อจากนี้

วิเคราะห์โดย: พัทธิ์ภูมิ อินทะพาชน์
LINE OA: @879mumyx