![]() |
| ดวงพิชัยสงคราม จารึกดวงเมือง |
ตั้งพลังดวงเมือง กรุงรัตนโกสินทร์ ด้วยพลังดาวจร ในภูมิปาโลฤกษ์
ดวงเมืองกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นดวงที่ผูกขึ้นจากวันสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2325 เวลา 06.54 น. กรุงเทพมหานคร โดยลัคนาอยู่ราศีเมษ ที่19°41′
ในทางโหราศาสตร์ไทย ดวงเมืองเปรียบเสมือนดวงชะตาของบ้านเมือง เป็นแผนผังพลังงานที่สะท้อนแนวทางการก่อตั้ง จุดแข็ง จุดอ่อน และบทเรียนที่ประเทศต้องเผชิญตลอดระยะเวลาการดำรงอยู่
เมื่อพิจารณาดวงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ จะพบว่าเป็นดวงที่มีพลังเข้มแข็งมากดวงหนึ่งของประวัติศาสตร์ไทย เพราะถูกสร้างขึ้นในช่วงเวลาที่บ้านเมืองกำลังฟื้นตัวจากสงคราม การสูญเสีย และการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของแผ่นดิน
ลัคนาเมษเป็นลัคนาของนักรบ ผู้บุกเบิก ผู้กล้าตัดสินใจ และผู้สร้างระเบียบใหม่ขึ้นจากความวุ่นวาย
ดวงเมืองนี้จึงมิได้เกิดขึ้นจากความสงบ หากแต่เกิดขึ้นจากพลังแห่งการรวบรวมแผ่นดิน การสร้างศูนย์กลางใหม่ และการปกป้องเอกราชของชาติ
ตำแหน่งดาวกำเนิดและความหมาย ตาม องศา–ลิปดา
• ลัคนา ราศีเมษ 19°41′
ลัคนาอยู่ช่วงปลายครึ่งหลังของราศีเมษ พลังของเมษจึงทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ใช่เมษที่เพิ่งเริ่มต้น แต่เป็นเมษที่ผ่านการต่อสู้และเริ่มตั้งหลักใหม่ได้แล้ว
ความหมายคือ บ้านเมืองนี้มีธรรมชาติของการลุกขึ้นสู้ ไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันภายนอก และมักแก้ปัญหาด้วยการลงมือทำมากกว่ามัวแต่รอคอย
• อาทิตย์ ราศีเมษ 10°41′
อาทิตย์เป็นดาวอุจจ์ในราศีเมษ
แม้ยังไม่ถึงจุดอุจจ์สูงที่สุด แต่ถือว่าได้รับกำลังอย่างสมบูรณ์
อาทิตย์หมายถึง
• อำนาจของรัฐ
• ผู้นำ
• ศูนย์กลางการปกครอง
• เกียรติยศของชาติ
อาทิตย์อุจจ์ในลัคนา ทำให้ประเทศไทยมีพลังการรวมศูนย์สูง มีความสามารถในการรักษาความเป็นชาติและรักษาโครงสร้างรัฐเอาไว้ได้ตลอดหลายร้อยปี
แต่ในอีกด้านหนึ่ง อาทิตย์ที่แข็งเกินไป อาจทำให้เกิดอำนาจรวมศูนย์มากเกินสมดุล จนประชาชนอยู่ห่างจากศูนย์กลางการตัดสินใจ
• จันทร์ ราศีกรกฎ 16°08′
จันทร์เป็นเกษตร
และอยู่ใกล้จุดกึ่งกลางราศี
ถือเป็นจันทร์ที่แข็งแรงมาก
จันทร์หมายถึง
• ประชาชน
• มวลชน
• ความรู้สึกของบ้านเมือง
• ความผูกพันกับแผ่นดิน
นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ประเทศไทยผ่านวิกฤติได้หลายครั้ง
แม้เกิดความขัดแย้งหรือวิกฤติเศรษฐกิจ ประชาชนไทยยังสามารถฟื้นตัว กลับมาตั้งตัว และช่วยเหลือกันได้เสมอ
• อังคาร ราศีพฤษภ 20°22′
อังคารเป็นเจ้าเรือนลัคนา
เมื่ออยู่พฤษภ
ทำให้พลังการต่อสู้ของประเทศมีลักษณะอดทน ยืดหยุ่น และเน้นความมั่นคงมากกว่าความรุนแรง
ประเทศไทยมักเลือกแนวทางประนีประนอมก่อนเผชิญหน้าโดยตรง
• พุธ ราศีมีน 20°00′
พุธอยู่ตำแหน่งนิจ
และอยู่ค่อนข้างลึกในราศีมีน
จึงเป็นจุดอ่อนสำคัญของดวงเมือง
พุธหมายถึง
• ระบบข้อมูล
• การบริหาร
• การค้า
• การสื่อสาร
• ระบบราชการ
พุธนิจสะท้อนว่า
ประเทศไทยมักเผชิญปัญหาเรื่อง
• การบริหารที่ซับซ้อน
• การสื่อสาที่รคลาดเคลื่อน
• ระบบราชการเทอะทะ
• การใช้ข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริง
• พฤหัส ราศีธนู 10°35′
พฤหัสเกษตร
เป็นรากฐานคุณธรรมของดวงเมือง
พฤหัสหมายถึง
• ศาสนา
• ครูบาอาจารย์
• กฎหมาย
• หลักธรรม
• ความถูกต้อง
แม้บ้านเมืองจะเผชิญปัญหามากเพียงใด ประเทศไทยยังคงมีพลังของผู้รู้ ครูบาอาจารย์ และผู้รักษาหลักการอยู่เสมอ
• ศุกร์ ราศีมีน 09°26′
ศุกร์อุจจ์
เป็นหนึ่งในตำแหน่งดาวที่ดีที่สุดของดวงเมือง
ส่งผลให้ประเทศไทยมี
• เสน่ห์ทางวัฒนธรรม
• อาหาร
• การท่องเที่ยว
• ศิลปะ
• ความเป็นมิตร
เป็นทุนทางสังคมที่สำคัญของประเทศ
• เสาร์ ราศีธนู 08°24′
เสาร์อยู่ใกล้พฤหัสเพียงประมาณ 2 องศา
แสดงถึงการทำงานร่วมกันของ
• ระบบ
• กฎหมาย
• คุณธรรม
• สถาบันทางสังคม
เป็นเหตุผลที่ประเทศสามารถรักษาโครงสร้างหลักไว้ได้แม้ผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาหลายครั้ง
• ราหู ราศีมีน 24°39′
ราหูอยู่ปลายราศี
สะท้อนพลังเครือข่าย อิทธิพล และระบบผลประโยชน์ที่สะสมยาวนาน
เมื่อร่วมกับพุธนิจ
จึงเป็นที่มาของปัญหา
• ข่าวสารถูกบิดเบือน
• มีอำนาจแฝง
• ระบบผลประโยชน์
• การเมืองแทรกแทรงการบริหาร
ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของประเทศในยุคปัจจุบัน
เหตุผลที่ตั้งพลังดาวเมืองใหม่
ดวงเมืองเดิมมีจุดแข็งมาก
แต่โลกปัจจุบันไม่เหมือนโลกเมื่อ 244 ปีก่อน
โลกยุคใหม่ขับเคลื่อนด้วย
• ข้อมูล
• เทคโนโลยี
• AI
• เศรษฐกิจดิจิทัล
• เครือข่ายประชาชน
พลังอำนาจรวมศูนย์เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถตอบโจทย์โลกใหม่ได้อีกต่อไป
ผู้เขียนจึงเกิดแนวคิดในการจัดวางพลังดวงเมืองใหม่ในแนวทาง "ดวงพิชัยสงคราม"
โดยไม่ได้ล้มดวงเดิม แต่เป็นการเพิ่มพลังให้กับดวงเมือง
โดยเป็นการนำจุดแข็งของดวงเดิมมาขยายผล และแก้ไขจุดอ่อนที่ถูกสะสมมาเป็นเวลานาน
ฤกษ์ในการเสริมพลังดวงเมือง
วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ.2569 เวลา 10.35 น.
ภูมิปาโลฤกษ์
พระจันทร์จรเป็นอุจจ์สถิตราศีพฤษภ
พระพฤหัสได้เพชรฆาตฤกษ์ ก่อนจะไปเป็นอุจจ์ในกรกฎวันที่ 31 พ.ค.2569 อีกครั้ง
ได้ภูมิปาโลฤกษ์ เป็นฤกษ์แห่ง
• การลงรากฐานมั่นคงขึ้นอีก
• การวางฐานใหม่
• ความมั่นคง
• การประคับประคองแผ่นดิน
ขณะที่พระจันทร์จรอุจจ์ในพฤษภ
หมายถึง
ประชาชนที่มีกำลังสูงสุด
เมื่อจันทร์อุจจ์สถิตในเรือนกดุมภะ
จึงมีความหมายว่า
"ประชาชนและเศรษฐกิจฐานราก ถูกยกขึ้นเป็นหัวใจของดวงเมืองยุคใหม่"
ตำแหน่งวางค่ายกลพลังดาว
• วางพฤหัส + เสาร์ คุมเรือนตนุ
ใช้คุณธรรมควบคุมโครงสร้าง
ดาวพฤหัสเป็นหลักธรรม
ดาวเสาร์เป็นระบบ
หมายถึง
กฎหมายต้องอยู่ภายใต้คุณธรรม
ระบบต้องรับใช้ประชาชน
ไม่ใช่ประชาชนรับใช้ระบบ
• วางจันทร์ + ศุกร์ คุมเรือนกดุมภะ
เศรษฐกิจประชาชน
จันทร์คือประชาชน
ศุกร์คือความอุดมสมบูรณ์
หมายถึง
เศรษฐกิจฐานราก
SME
การค้าชุมชน
การท่องเที่ยว
และรายได้ของประชาชน
ต้องกลับมาเป็นหัวใจของประเทศอีกครั้ง
• อังคาร + เกตุ คุมเรือนพันธุ
มีพลังปกป้องแผ่นดิน
และการตัดวงจรของปัญหาเก่า
ประชาชนมีพลังในการปกป้องบ้านเมือง
ไม่ยอมให้ความไม่ถูกต้องกดทับอีกต่อไป
• พุทธ คุมเรือนกัมมะ
คืนสติให้ระบบบริหาร
ข้อมูลต้องถูกต้อง
การบริหารต้องโปร่งใส
และใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์
• อาทิตย์ อยู่เรือนศุภะ
ลดบทบาทการใช้อำนาจ
เพิ่มบทบาทความเครพศรัทธา
ผู้นำควรเป็นผู้ที่ชี้แนวทาง
มากกว่าผู้ที่ใช้แต่อำนาจ
• ราหู อยู่เรือนสหัชชะ
เทคโนโลยี
AI
ข้อมูล
โลกออนไลน์
เครือข่ายประชาชน
จะกลายเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนใหม่ของประเทศ
• มฤตยู อยู่เรือนปุตตะ
อนาคตใหม่
คนรุ่นใหม่
แนวคิดใหม่
และนวัตกรรมใหม่
จะเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น
จุดเปลี่ยนสำคัญ : วันที่ 31 พฤษภาคม 2569
หลังจากวางพลังดวงเมืองได้เพียง 13 วัน
ดาวพฤหัสจะย้ายเข้าสู่ราศีกรกฎ เป็นมหาอุจจ์
ในเรือนพันธุของดวงเมือง พร้อมได้รับเพชรฆาตฤกษ์มา
นี่คือสัญญาณของ การตัดระบบเก่าด้วยคุณธรรม
การเปิดโปงสิ่งที่บิดเบือน การฟื้นพลังของประชาชน
และการเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงจากฐานรากของแผ่นดิน
ผลที่จะค่อย ๆ ปรากฏในช่วงหลังจากวางพลังดวง คือ
• ประชาชนจะตื่นตัวมากขึ้น
• ระบบเก่าที่บิดเบี้ยวจะถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้นมากขึ้น
• เศรษฐกิจฐานรากจะมาได้รับความสำคัญมากขึ้น
• เทคโนโลยีและ AI จะเข้ามามีบทบาทสูงขึ้น
• คนรุ่นใหม่เริ่มมีพื้นที่ในการแสดงออกแสดงความคิดเห็นแสดงความสามารถมากขึ้น
• อำนาจที่เป็นโครงสร้างเดิมที่รวมศูนย์ไว้จะค่อย ๆ ลดความแข็งกร้าวลง เพราะความจริงชัดเจนขึ้น
ทั้งหมดนี้จะไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วเพียงวันเดียว แต่จะเริ่มเปลี่ยนแปลงทีละจุดที่ละเรื่อง เหมือนการสถาปนาเสาหลักเมืองต้นที่ 2 ในสมัยรัชกาลที่ ๔ ทรงสถาปนาเสาหลักเมืองต้นที่สองไว้
แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงปรับโครงสร้างที่ค่อย ๆ ปรากฏ ผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ ของบ้านเมืองในช่วงหลายปีต่อจากนี้
วิเคราะห์โดย: พัทธิ์ภูมิ อินทะพาชน์
LINE OA: @879mumyx


