วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ดวงเมือง...การตั้งเสาหลักเมือง ต้นที่ 2

ดวงกรุงเทพมหานคร ดวงเสาหลักเมืองต้นที่ ๒

 

บทวิเคราะห์ด้วยโหราศาสตร์ ดวงเมือง ตั้งเสาหลักเมืองต้นที่ 2

ตามหลักของ ดวงพิชัยสงคราม ศาสตร์ดวงโบราณ ตามแนววิชาครูโบราณ โดยขออ้างอิงข้อมูล วัน/เดือน/ปี และเวลาจากในสื่อออนไลน์ มาเพื่อการวิเคราะห์

เสาหลักเมืองกรุงเทพมหานครต้นที่ 2 สถาปนาขึ้นในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2395 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) โดยโปรดเกล้าฯ ให้ทำพิธีฝังเสาหลักเมืองต้นใหม่ในเวลา 04.48 น. เพื่อเสริมสิริมงคลและบรรจุดวงชะตาพระนคร โดยรัชกาลที่ ๔ ทรงมีความรู้ชำนาญด้านโหราศาสตร์ มาตั้งแต่พระองค์ยังทรงผนวช

• ดวงเสาหลักเมืองต้นที่ ๒ วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2395 เวลา 04.48 น. กรุงเทพมหานคร

• ลัคนา: ราศีพิจิก 2°23′
• วันเสาร์ แรม 8 ค่ำ เดือน 1 ปีชวด
• เป็นฤกษ์สถาปนาเสาหลักเมืองต้นที่ 2 ภายหลังการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ (ตั้งเสาหลัเมืองต้นแรก) วันที่ 21 เมษายน 2325 เวลา 06.54 น.

ดวงนี้ถือเป็น ดวงฤกษ์แห่งการต่ออายุ การเสริมสิ่งที่ไม่มี หรือต้องการให้อำนาจเมือง ไม่ใช่ดวงตั้งเมืองใหม่ แต่เป็นการแก้โครงสร้างพลังเมืองเดิม ที่เริ่มมองเห็นปัญหาในระดับลึก จึงมีลักษณะของดวงที่ใช้พลังของดาวบาปเคราะห์ควบคุมชะตาเมือง มากกว่าดวงบุญกุศลแบบนิยมทั่วไป  โดยดูจากตำแหน่งดาวในฤกษ์


เหรียญดวงพิชัยสงคราม จารึกดวงเสาหลักเมือง ต้นที่ ๒

วิเคราะห์ดาวจากตำแหน่งทั้ง 10 ดาวของฤกษ์เสาหลักเมืองต้นที่ ๒

• ลัคนา — ราศีพิจิก 2°23′
ลัคนาพิจิก เป็นธาตุน้ำ มีดาวอังคารเป็นเจ้าเรือน
เป็นลัคนาแห่งเมืองนักสู้ เมืองแห่งอำนาจล้ำลึก และการเอาตัวรอด
ดวงลักษณะนี้มักไม่ยอมล่มสลายง่าย แม้ผ่านวิกฤติหนักมาก็ยังสามารถฟื้นตัวได้เสมอ
แต่จะมีศัตรู มีการเมืองแอบแฝงซ่อนเร้น อำนาจลับ และมีการต่อสู้อยู่ภายในอยู่ตลอดเวลา

• อาทิตย์ ๑ — ราศีพิจิก 21°08′
อาทิตย์อยู่เรือนลัคนา
อาทิตย์ในราศีพิจิกเป็นดาวที่เข้มแข็งด้านอำนาจ การควบคุม และการรักษาอำนาจรัฐ
ให้คุณด้านความเป็นศูนย์กลางอำนาจ การรวมอำนาจ และความเด็ดขาด
แต่มีแรงกดดันสูง เกิดการปะทะกับผู้มีอำนาจเก่าและต่างชาติได้ง่าย

• จันทร์ ๒ — ราศีสิงห์ 29°50′
จันทร์อยู่เรือนกัมมะ
จันทร์ในสิงห์เป็นดาวแห่งศักดิ์ศรีและประชาชน ประชาชนจะผูกพันกับสถาบันหลักของบ้านเมืองสูง
แต่จันทร์อยู่ปลายราศี ถือว่ามีพลังแกว่งง่าย บ้านเมืองมีอารมณ์ของมวลชนรุนแรง เปลี่ยนแปลงเร็ว

• อังคาร ๓ — ราศีธนู 5°19′
อังคารอยู่เรือนกดุมภะ
อังคารเป็นเจ้าเรือนลัคนา ได้ตำแหน่งธาตุไฟ เป็นดาวของนักรบ นักสู้ นักป้องกันบ้านเมือง
แต่เมื่ออยู่เรือนการเงิน จะหมายถึงจะมีรายจ่ายด้านความมั่นคง การทหาร และการป้องกันประเทศสูง

• พุธ ๔ — ราศีธนู 3°18′
พุธอยู่เรือนกดุมภะ ร่วมอังคาร
พุธในธนูถือว่าเสียกำลังบางส่วน เพราะอยู่ในราศีของพฤหัส ทำให้การเจรจา การทูต และระบบราชการ มักเกี่ยวพันกับอุดมการณ์และความเชื่อมากกว่าความเป็นเทคนิคบริหาร

• พฤหัส ๕ — ราศีพิจิก 15°28′
พฤหัสอยู่เรือนลัคนา เป็นดาวศุภเคราะห์ใหญ่ พฤหัสในพิจิก คือ ครูใหญ่แห่งวิกฤติ ให้ความสามารถฟื้นฟูบ้านเมืองในยามเสียหายหนัก จึงมักได้ผู้นำ นักปกครอง หรือขุนนางที่เก่งแต่ด้านการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

• ศุกร์ ๖ — ราศีตุลย์ 12°51′
ศุกร์อยู่เรือนวินาศ และเป็นเกษตร แม้อยู่เรือนวินาศ แต่ศุกร์เกษตรให้คุณแรง หมายถึงบ้านเมืองมีศิลปวัฒนธรรม ความงดงาม การค้าระหว่างประเทศ และเสน่ห์ทางการทูตสูง ต่างชาติยังคงเข้าหาไทยเสมอ แม้ในยามเกิดวิกฤติ

• เสาร์ ๗ — ราศีเมษ 16°13′
เสาร์อยู่เรือนอริ และเป็นนิจ ไม่มีพลัง นี่คือจุดสำคัญของดวงนี้
เสาร์นิจในอริ หมายถึงมีศัตรูเรื้อรัง หนี้ ภาระ มีการเมืองภายใน มีความขัดแย้งระหว่างชนชั้น และระบบราชการที่ติดปัญหามาอย่างยาวนาน แต่ข้อดีคือมีศัตรูเปิดหน้า มากกว่าศัตรูที่ีซ่อนเร้น

• ราหู ๘ — ราศีมีน 7°31′
ราหูอยู่เรือนปุตตะ ราหูในมีน เป็นราหูแห่งความเชื่อ มวลชน และพลังที่ลี้ลับ ดวงเมืองนี้จึงเกี่ยวข้องกับ  การใช้พลังศรัทธาคุมเมืองอย่างชัดเจน ทั้งพิธีกรรม ความเชื่อ โหราศาสตร์ และสัญลักษณ์ของอำนาจ

• เกตุ ๙ — ราศีพฤษภ 7°33′
เกตุอยู่เรือนปัตนิ เกตุในปัตนิ หมายถึงมีพันธมิตรที่ไม่แน่นอน ต่างชาติ ศาสนา หรืออำนาจลับเข้ามาเกี่ยวข้องกับบ้านเมืองอยู่ตลอดเวลา

• มฤตยู ๑๐ — ราศีเมษ 12°19′
มฤตยูอยู่เรือนอริ ร่วมเสาร์ มฤตยูเป็นดาวแห่งการเปลี่ยนระบบอย่างรุนแรง หมายถึงบ้านเมืองจะมีเกณฑ์เปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่เป็นระยะ ทั้งการเมือง การปกครอง เทคโนโลยี และโครงสร้างของอำนาจ


โครงสร้างรวม ดวงเสาร์หลักเมืองต้นที่ ๒

• ดวงหลักเมืองต้นที่ 2 นี้เป็นดวงเสริมพลังเมือง มากกว่าเป็นดวงเปิดเมือง ใช้สำหรับแก้แรงเสียจากดวงเดิม ดวงแรกก่อตั้งกรุงรัตนโกสินทร์

• ลัคนาพิจิก  อาทิตย์  พฤหัสรวมเรือนลัคนา
ทำให้ดวงนี้มีพลัง รวมศูนย์อำนาจ สูงมาก เมืองจะไม่ล่มง่าย แม้ผ่านสงคราม วิกฤตเศรษฐกิจ หรือการเมือง

• พฤหัสร่วมอาทิตย์ในลัคนา
คือเกณฑ์มีผู้ใหญ่ค้ำเมือง จึงมักมีผู้มีบารมีมาคอยประคองประเทศในช่วงเกิดวิกฤติ

• เสาร์นิจร่วมกับมฤตยูในเรือนอริ
เป็นเกณฑ์แห่งวิกฤติเรื้อรัง บ้านเมืองจะมีปัญหาภายในยาวนาน แก้ไขได้ชั่วคราว แต่จะหวนกลับมาอีกเป็นรอบๆ

• ศุกร์เกษตรในวินาศ
ทำให้ประเทศไทยแม้มีปัญหา ก็ยังมีเสน่ห์ทางด้านเศรษฐกิจ ด้านการท่องเที่ยว ด้านศิลปวัฒนธรรม และต่างชาติยังเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ

• อังคารร่วมพุธในกดุมภะ
หมายถึงรายได้ของประเทศเกี่ยวข้องกับการค้า การขนส่ง การทหาร และโครงสร้างพื้นฐาน


วิเคราะห์ตำแหน่งดาวหลักเมืองต้น ๒ ในเรือนชะตา

• เรือนลัคนา  อาทิตย์ ๑ และพฤหัส ๕
เป็นเรือนแห่งตัวเมืองและชะตาเมือง อาทิตย์ให้พลังอำนาจ พฤหัสให้การคุ้มครอง
บ้านเมืองจึงอยู่รอดได้แม้เผชิญวิกฤติที่หนัก

• เรือนกดุมภะ  อังคาร ๓ และพุธ ๔
การเงินของบ้านเมืองจะมาจากการขับเคลื่อน การค้า การลงทุน และกำลังรัฐ แต่จะมีรายจ่ายที่สูงอยู่ตลอดเวลา

• เรือนปุตตะ  ราหู ๘
ประชาชนมีพลังความเชื่อสูง บ้านเมืองขับเคลื่อนด้วยอารมณ์มวลชนได้ง่าย ข่าวสารและกระแสสังคมมีอิทธิพลอย่างมาก

• เรือนอริ  เสาร์ ๗ และมฤตยู ๑๐
ปัญหาเรื้อรัง ศัตรู การเมือง และความขัดแย้ง เป็นจุดหนักของดวงเมืองนี้ มักจะเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลันและรุนแรง

• เรือนกัมมะ  จันทร์ ๒
ประชาชนจะมีผลต่อรัฐบาลโดยตรง หากประชาชนเกิดความไม่พอใจ จะกระทบต่ออำนาจของรัฐบาลทันที

• เรือนวินาศ  ศุกร์ ๖
มีรายจ่ายเกี่ยวกับต่างชาติ การทูต และผลประโยชน์ระหว่างประเทศสูง แต่ยังนำรายได้เข้าประเทศมหาศาลเช่นกัน


จุดสำคัญในดวงเมืองนี้

• เสาร์ ๗ เป็นนิจ ในเรือนอริ
หมายถึงมีปัญหาโครงสร้างที่เรื้อรัง ทั้งระบบราชการ หนี้สิน ความขัดแย้ง และศัตรูภายในเอง

• เสาร์ร่วมมฤตยู
หมายถึงเกณฑ์  การเปลี่ยนระบอบหรือเปลี่ยนโครงสร้างใหญ่อยู่เป็นระยะ

• อาทิตย์–พฤหัส ร่วมเรือนลัคนา
เป็นคู่ดาวแห่งอำนาจและผู้ใหญ่ค้ำเมือง คอยช่วยเหลือไม่ให้บ้านเมืองเกิดการแตกหักง่าย

• อังคาร–พุธ ร่วมกัน
หมายถึงการใช้สติปัญญาในเชิงยุทธศาสตร์ และการเจรจาควบคู่กับการใช้กำลัง

• เสาร์–ราหู ส่งกระแสถึงกัน
เป็นเกณฑ์ของมวลชน ความกลัว ข่าวลือ และแรงกดดันทางสังคม

• พฤหัส–เกตุ
เกี่ยวข้องกับศาสนา พิธีกรรม ความเชื่อ และการใช้พลังจิตวิญญาณร่วมในการควบคุมบ้านเมือง


วิเคราะห์อดีต ปัจจุบัน อนาคต 

• ดวงเมืองเดิมของกรุงรัตนโกสินทร์ ดวงเสาร์หลักเมืองต้นแรก แม้จะแข็งแรง แต่ผ่านเวลาผ่านยุค ผ่านสมัย ผ่านการเปลี่ยนแปลงมาอย่างยาวนาน
ทำให้เกิดแรงเสียสะสมจากสงคราม การเมือง การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง  และแรงกดดันจากต่างชาติ

• การตั้งเสาหลักเมืองต้นที่ 2 จึงมีลักษณะเสริมเสาหลักพลังเมือง ที่คล้ายการต่ออายุชะตาเมือง มากกว่าการเริ่มต้นใหม่

• การเลือก วันแรม 8 ค่ำ ในทางโหราศาสตร์ไทย ถือเป็นช่วงที่พลังพระจันทร์(การเกิด) ลดพลังลงถึงครึ่งหนึ่ง ใช้สำหรับการกดพลังเก่า ตัดเคราะห์เดิม และตั้งพลังใหม่

• พระจันทร์จรอยู่เรือนปุตตะในโจโรฤกษ์ โจโรฤกษ์ ไม่ได้หมายถึงฤกษ์ของโจร แต่หมายถึง ได้มารวดเร็วเสมือนการปล้น คือ ฤกษ์แห่งการช่วงชิง แก้เกม ตัดอำนาจเดิม และเอาคืนสถานการณ์

• จึงเป็นฤกษ์ที่เหมาะกับการใช้ปรับแก้ดวงเมือง มากกว่าฤกษ์มงคลธรรมดาทั่วไป

• ดวงนี้ใช้พลังอังคาร พฤหัส และอาทิตย์ เป็นหลัก หมายถึงการรักษาอำนาจเมืองด้วยทั้งด้วยกำลัง ด้วยบารมี และพิธีกรรม

• หลังจากตั้งหลักเมืองต้นที่สอง บ้านเมืองยังต้องผ่านวิกฤติต่ออีกหลายครั้ง แต่จะไม่ล่ม ไม่แตก หรือสูญสิ้นอำนาจรัฐโดยสมบูรณ์

• ปัจจุบันนี้ดวงนี้กำลังอยู่ในช่วง ที่เปลี่ยนผ่านโครงสร้างใหญ่ ทั้งเศรษฐกิจ เทคโนโลยี อำนาจของโลก และความเชื่อความศรัทธาของประชาชน


การเปลี่ยนแปลงต่อมาเมื่อมี หลักเมืองต้นที่ 2

หลังปี พ.ศ.2395 สยามเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีสิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นต่อมา เช่น

• สยามเปิดรับวิทยาการจากตะวันตก
• สร้างถนนหนทางแบบยุโรป
• ตั้งโรงพิมพ์สมัยใหม่แห่งแรก
• เริ่มใช้โทรเลขและไปรษณีย์ครั้งแรก
• สร้างโรงเรียนเปิดการเรียนการสอนแบบตะวันตก
• ปฏิรูประบบราชการให้ใหม่ขึ้น
• ประกาศเลิกทาส
• เริ่มสร้างทางรถไฟ
• ขยายการค้าระหว่างประเทศกับยุโรป

การเริ่มเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้สอดคล้องกับพลังของ
ดาวพุธ–ดาวอังคาร–ดาวพฤหัส

ที่หมายถึง เมืองที่จะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อความอยู่รอด


จากสยามโบราณ สู่รัฐสมัยใหม่

ดวงเมืองต้นที่ 2 นี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสยาม  เพราะหลังจากนั้น ประเทศเริ่มเข้าสู่ยุคใหม่ที่ชัดเจน

กรุงเทพมหานครเริ่มขยายตัว เกิดถนนสำคัญๆขึ้นหลายสาย เช่น

• ถนนเจริญกรุง
• ถนนบำรุงเมือง
• ถนนเฟื่องนคร

และมรการสร้างอาคารราชการ และระบบสาธารณูปโภคใหม่ และต่อมาจึงเกิด การเริ่มระบบสาธารณะใหม่ๆตามมาเพิ่มอีก เช่น

• สร้างรถไฟสายแรก
• มีการไฟฟ้า
• เริ่มมีระบบประปา
• มีมหาวิทยาลัย
• มีการก่อตั้งธนาคาร
• มีระบบโครงสร้างกฎหมายสมัยใหม่ขึ้น

จนกระทั่งประเทศไทยเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมและยุคดิจิทัล


คำแนะนำ: ในพื้นดวงของหลักเมือง ต้นที่ ๒

• ระวังปัญหาความขัดแย้งภายในที่ถูกสะสมไว้อย่างยาวนาน

• ระวังการเมืองที่เปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป จนโครงสร้างรองรับไม่ทัน

• ระวังอิทธิพลของต่างชาติ ที่จะมามีผลประโยชน์ในระยะยาว

• ระวังหนี้ การลงทุนขนาดใหญ่ และภาระจากระบบโครงสร้างของรัฐ

• ระวังการแบ่งฝ่ายของประชาชน เพราะราหูอยู่ในเรือนปุตตะ ส่งผลต่ออารมณ์ของพลังมวลชนสูงมาก

• ระวังหุ้นส่วนและการทำบันทึกข้อตกลงต่างๆระหว่างประเทศ โดยเฉพาะสิ่งที่มองดูดีระยะสั้น แต่ภาระผูกพันระยะยาว

• ระวังการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี พลังงาน และเศรษฐกิจโลก เพราะดาวมฤตยูในอริจะทำให้โลกมีการเปลี่ยนแปลงที่เร็วกว่าระบบโครงสร้างเดิมจะรองรับได้


ใช้หลักโหราศาสตร์ เพื่อวางพลังดาวเป็นค่ายกล

• ดวงนี้มีปัญหาหลักอยู่ที่ เสาร์นิจในเรือนอริ จึงไม่ใช่ดวงที่แก้ด้วยพิธีทั่วไป

• ตามแนววิชาดวงพิชัยสงคราม จะใช้การ จัดพลังดาวจร วางค่ายกลด้วยโหราศาสตร์ และ จารึกดวงเฉพาะฤกษ์ เพื่อคุมกระแสพลังแทน

• หลักสำคัญคือ เสริมดาวศุภเคราะห์ให้คุมเมือง และลดแรงปะทะของเสาร์–มฤตยู

• ใช้พลังดาวจรในช่วงพฤหัสมหาอุจจ์ หรือดาวเกษตร เข้ามาช่วยประคองโครงสร้างเมือง

• ดวงลักษณะนี้เหมาะกับ การจัดทำเหรียญดวงพิชัยสงคราม หรือวัตถุมงคลเชิงโครงสร้างพลังเมือง เพื่อใช้เป็นศูนย์รวมพลังศรัทธาและเจตนา


***หมายเหตุ: บทวิเคราะห์นี้เป็นการใช้หลักโหราศาสตร์ ตำแหน่งดาวประกอบการวิเคราะ์เท่านั้น เรียกการใช้สถิติโหราศาสตร์ เป็นความเชื่อเฉพาะบุคคล ไม่ได้มีเจตนาใดแอบแฝง หากไปกระทบผู้หนึ่งผู้ใด ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงมา ณ ที่นี้


วิเคราะห์โดย: พัทธิ์ภูมิ อินทะพาชน์
นักออกแบบดวง - ทำดวงพิชัยสงคราม
ตามแนววิชาดวงพิชัยสงคราม ศาสตร์ดวงโบราณ
Lime OA: @879mumyx